สาธิตจุฬาฯ
เปิด "ศูนย์โลกและอวกาศ" จัดกิจกรรมโดยเด็กเพื่อเด็ก
พิธีแถลงข่าวเปิดศูนย์สังเกตการณ์โลกและอวกาศเพื่อการเรียนรู้
เปิดศูนย์สังเกตการณ์โลกและอวกาศ
ณ สาธิตจุฬาฯ ร่วมกับโรงเรี่ยนในแพร่และเพชรบูรณ์ ขยายผลการเรียนเครือข่ายลีซา
ติดตั้งสื่อศึกษาดาราศาสตร์จากภาพถ่ายดาวเทียม-อินเทอร์เน็ต
จัดกิจกรรมโดย "เด็ก เพื่อ "เด็ก หวังขยายผลการเรียนรู้สู่ชุมชน

ด.ช.จักรดุลย์ สกุลยา โรงเรียนเทศบาล
3 (ชาญวิทยา) เพชรบูรณ์ นักเรียนในศูนย์สังเกตการณ์โลกและอวกาศ
อธิบายข้อมูลสื่อภายในศูนย์ให้กับ ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล
อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สนับสนุนการจัดตั้ง
"ศูนย์สังเกตการณ์โลกและอวกาศเพื่อการเรียนรู้ (Center
for research-based learning on Global Environment Observation:
CGEO) ณ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม คณะครุศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์
(ลีซา) เป็นพี่เลี้ยง ทั้งนี้ได้มีพิธีเปิดศูนย์ดังกล่าวเมื่อเช้าวันที่
29 พ.ย.51 ซึ่งผู้จัดการวิทยาศาสตร์ได้เข้าร่วมด้วย
ด.ช.ธรรมวัตร
ศิลกุล โรงเรียนเทศบาล 3 (ชาญวิทยา) เพชรบูรณ์ นักเรียนในศูนย์สังเกตการณ์โลกและอวกาศ
อธิบายข้อมูลผลงานวิจัยให้กับ ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ศูนย์สังเกตการณ์โลกและอวกาศเพื่อการเรียนรู้ดังกล่าว เป็นแหล่งข้อมูลสภาวการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลกและข้อมูลดาราศาสตร์
โดยทำหน้าที่เชื่อมโยงและรวบรวมข้อมูลจากโรงเรียนต่างที่มีสถานีรับสัญญาณต่างๆ
แล้วนำมาสร้างเป็นฐานข้อมูลของท้องถิ่น เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้ภาวการณ์เปลี่ยนแปลงของโลกจากข้อมูลที่เชื่อมโยงเป็นภาพ
โดยมีทั้งข้อมูลระดับท้องถิ่นและข้อมูลระดับโลกที่ใช้ฐานข้อมูลจากต่างประเทศตรวจคลื่นแผ่นดิน

ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล
ชมสื่อไอทีภายในศูนย์
เบื้องต้นมีความร่วมมือกับโรงเรียนที่มีสถานีรับสัญญาณ 2
แห่งคือ โรงเรียนอนุบาลแพร่ จ.แพร่ ซึ่งรับหน้าที่เฝ้าระวังตรวจคลื่นแผ่นดินไหวจากอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้แล้ว
และโรงเรียนเทศบาล 3 (ชาญวิทยา) จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งรับหน้าที่เฝ้าตรวจติดตามพายุในเวลาจริง
(Real-time) ด้วยภาพถ่ายดาวเทียมโนอา (NOAA) และเอ็มแซท
(MSAT) และรับคำแนะนำจากศูนย์ลีซา ซึ่งรับหน้าที่พี่เลี้ยง

นอ.ฐากูร เกิดแก้ว
นอ.ฐากูร เกิดแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์หรือลีซา
กล่าวกับผู้จัดการวิทยาศาสตร์ว่า ศูนย์แห่งนี้จะเป็นการขยายผลของเยาวชนในโครงการลีซา
ซึ่งดำเนินการโดยเยาวชนเอง จากเดิมที่จะมีการอบรมให้ความรู้ที่ศูนย์ลีซา
ศูนย์สังเกตการณ์โลกและอวกาศในโรงเรียนนี้ก็สามารถจัดกิจกรรมขึ้นมาเองได้
ทั้งนี้มีหลายโรงเรียนในเครือข่ายของลีซาที่มีศักยภาพจัดตั้งศูนย์
ซึ่งแต่ละโรงเรียนจะแยกย้ายกันตรวจวัดข้อมูลในส่วนที่รับผิดชอบและแลกเปลี่ยนระหว่างกัน
โดยมีศูนย์สังเกตการณ์โลกและอวกาศของโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ
เป็นศูนย์กลาง
เป็นการขยายแนวคิดของลีซาสู่โรงเรียน มาถึงจุดนี้ เขาก็จะเชี่ยวชาญกว่าเราแล้ว
เพราะเขาอยู่กับท้องถิ่น สำหรับศูนย์ที่ตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการแล้วคือ
สาธิตจุฬาฯ อนุบาลแพร่ และเทศบาล 3 จ.เพชรบูรณ์ ส่วนยังก้ำกึ่งคือโรงเรียนทางภาคใต้
ซึ่งเขามีศูนย์ดาราศาสตร์อิสลามอยู่แล้ว หรือโรงเรียนศึกษานารีในกรุงเทพฯ
ซึ่งมีงานวิจัยอยู่เยอะ แต่ยังต้องดูความพร้อมของโรงเรียนในการตั้งศูนย์"
นอ.ฐากูรกล่าว
ผู้อำนวยการศูนย์ลีซากล่าวกับผู้จัดการวิทยาศาสตร์อีกว่า
งานของลีซานั้นเป็นงานของเด็กเพื่อเด็ก โดยเครือข่ายของลีซาจะเริ่มจากเด็กก่อนที่จะขยายสู่ระดับโรงเรียน
เช่น นักเรียนบางคนในเครือข่ายของลีซาสอบเข้าเตรียมทหารได้
ก็ทำให้เกิดเครือข่ายขึ้นในโรงเรียนเตรียมชทหารเป็นต้น ซึ่งการสร้างเครือข่ายลักษณะนี้จะทำให้เกิดความมั่นคง
แต่ที่สำคัญคืออยากให้เกิดเครือข่ายที่ไปถึงชุมชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทาง
สกว.อยากเห็น แต่ยังต้องใช้เวลา
พร้อมกันนี้ในพิธีเปิดศูนย์ดังกล่าว นักเรียนในเครือข่ายลีซาจากโรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน
จ.ปัตตานี ได้เข้าร่วมเสนอผลงานวิจัยด้วย โดยนายกาบาล บาฮะ
นักเรียนชั้น ม.3 ซึ่งเดินมาพร้อมเพื่อนๆ และครู 4-5 คน
บอกกับเราว่า ได้ นำเสนองานวิจัยซึ่งศึกษาบริเวณอ่าวปัตตานีเกี่ยวกับการวิเคราะห์สเปกตรัมจากภาพถ่ายดาวเทียม
เพื่อดูสิ่งที่ปกคลุมอ่าว อาทิ ป่าชายเลน ต้นมะพร้าว บ่อกุ้ง
ซึ่งแต่ละสิ่งนั้นสะท้อนรังสีอินฟราเรดออกมาในค่าที่ต่างกัน

นายกาบาล บาฮะ (ที่ 2 จากขวา)
และเพื่อนๆ จากโรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน จ.ปัตตานี
งานวิจัยของเราทำเพื่อศึกษาว่าป่าชายเลยหายไปปีละเท่าไหร่
ซึ่งจากงานวิจัยพบว่าป่าชายเลนหายไปถึงปีละ 0.45 ตารางกิโลเมตร
และหายไปเป็นบ่อกุ้ง ข้อมูลตรงนี้เราก็จะนำไปแจ้งศูยน์อนุรักษ์"
กาบาลกล่าวและบอกด้วยว่า ภาพถ่ายดาวเทียมที่ใช้คือภาพถ่ายดาวเทียมแลนด์แซท
(Landsat) 4 5 และ 7 ซึ่งแต่ละดวงให้ช่วงคลื่นที่ต่างกันตั้งแต่ช่วงคลื่นที่ตามองเห็นไปจนถึงช่วงคลื่นอินฟราเรด

รศ.ศิลปชัย บูรณพานิช
ทางด้าน รศ.ศิลปชัย บูรณพานิช หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม เผยกับเราว่า
ภายในศูนย์มีระบบสารสนเทศสำหรับเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ต เกี่ยวกับอวกาศ
ธรณีวิทยา แผ่นดินไหว โดยเชื่อมโยงกับโรงเรียนเครือข่ายซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด
7 โรงเรียน
คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ
ร่วมกับ สกว.และลีซา สร้างเครือข่ายกับโรงเรียนต่างๆ ที่ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับโลกและอวกาศ
ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้โดยใช้งานวิจัยเป็นฐานได้
ซึ่งเป็นการเติมเต็มการเรียนวิทยาศาสตร์ในประเทศของเราให้อยู่ในระดับสากล"
รศ.ศิลปชัยกล่าว
สำหรับ 7 โรงเรียนที่เป็นเครือข่ายของศูนย์สังเกตการณ์โลกและอวกาศเพื่อการเรียนรู้
ได้แก่ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม ซึ่งเป็นศูนย์ข้อมูลดาราศาสตร์และดาวเทียมแลนด์แซท
รวมถึงควบคุมกล้องโทรทรรศน์อัตโนมัติที่ติดตั้งในต่างประเทศ
โรงเรียนอนุบาลแพร่ เฝ้าตรวจคลื่นแผ่นดินไหว โรงเรียนเทศบาล
3 (ชาญวิยา) จ.เพชรบูรณ์ เฝ้าตรวจและติดตามพายุด้วยภาพถ่ายดาวเทียมโนอา
โรงเรียนศึกษานารี ศึกษาการกัดเซาะแม่น้ำและชายฝั่งอ่าวไทย
โรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน จ.ปัตตานี ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของป่าชายเลน
และโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ จ.ยะลา ศึกษาสภาพแวดล้อมอ่าวปัตตานี
โดย
ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 29 พฤศจิกายน 2551 16:40 น.
http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9510000141348
|